English Portuguese Spanish

โลกใบเล็ก

สิ่งมหัศจรรย์โลกยุคปัจจุบัน

กลุ่มวิศวกรโยธาแห่งสหรัฐอเมริกาได้รวบรวมรายชื่อของเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ในโลกยุคปัจจุบันไว้ดังนี้

1. อุโมงค์รถไฟใต้ทะเล ประเทศอังกฤษ-ฝรั่งเศส

      อุโมงค์ช่องแคบอังกฤษ (อังกฤษ: Channel Tunnel; ฝรั่งเศส: Le tunnel sous la Manche) เป็นอุโมงค์รถไฟใต้ทะเลที่สร้างเชื่อมระหว่างเมืองฟอล์คสโตน มณฑลเค้นท์บริเตนใหญ่ กับตำบลคอแกลส์ เมืองกาเลส์ ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส อุโมงค์แห่งนี้สร้างลอดใต้ช่องแคบอังกฤษบริเวณช่องแคบโดเวอร์ ซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุด ที่มีความกว้าง 34 กิโลเมตร

     อุโมงค์ช่องแคบอังกฤษมีความยาวทั้งสิ้น 50.5 กิโลเมตร มีส่วนที่อยู่ใต้ทะเลยาว 37.9 กิโลเมตร ส่วนที่อยู่ใต้น้ำต่ำที่สุดที่ 75 เมตรและลึกสุดที่ 230 เมตร 

     อุโมงค์ช่องแคบอังกฤษก่อสร้างและบริหารงานโดยบริษัท ยูโรทันเนล ซึ่งจัดการเดินรถไฟความเร็วสูงยูโรสตาร์ การก่อสร้างเริ่มต้นตั้งแต่ ค.ศ. 1988 เปิดใช้งานอุโมงค์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1994 เปิดการเดินรถเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1994 การก่อสร้างใช้งบประมาณ 4,650 ล้านปอนด์ มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 80% 

       แนวคิดในการก่อสร้างอุโมงค์ช่องแคบอังกฤษ ได้รับการเสนอมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยมีการเสนอโครงการต่อจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ในปี ค.ศ. 1856 ด้วยงบประมาณ 170 ล้านฟรังก์ (7 ล้านปอนด์)  และต่อวิลเลียม แกลดสตัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ในปี ค.ศ. 1865  แต่โครงการนี้ได้ถูกยกเลิกไปเนื่องจากปัญหาด้านการเมือง ความมั่นคง และการป้องกันประเทศ

       โครงการนี้ถูกนำมาพิจารณาอีกครั้งในปี ค.ศ. 1955 โดยตัดปัญหาเรื่องการป้องกันประเทศออกไป เนื่องจากในขณะนั้นการรุกรานประเทศสามารถกระทำได้ด้วยการโจมตีทางอากาศ แต่โครงการก็ล่าช้าไปเนื่องจากปัญหาทางการเมืองในสหราชอาณาจักร จนกระทั่งปี ค.ศ. 1981 นางมาร์กาเรต แทตเชอร์ และนายฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์ ผู้นำของทั้งสองประเทศจึงได้บรรลุข้อตกลงในการก่อสร้างอุโมงค์แห่งนี้

2.  ซีเอ็น ทาวเวอร์ ประเทศแคนาดา

     ซีเอ็นทาวเวอร์ (อังกฤษ: CN Tower) ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมืองโตรอนโต รัฐออนแทริโอ ประเทศแคนาดา เป็นหอคอยสื่อสารและสังเกตการณ์ สูง 553 เมตร (1,815 ฟุต) เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1973 และมีความสูงมากกว่าหอคอยออสตานกิโนในมอสโก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 ทั้งที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ซีเอ็นทาวเวอร์ได้รับการบันทึกว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงที่สุดในโลกเป็นเวลาถึง 31 ปี จนถึงวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2007 จึงถูกแทนที่ด้วยอาคารเบิร์จคาลิฟา (ขณะนั้นใช้ชื่อ เบิร์จดูไบ)

     ชื่ออาคาร ซีเอ็น ย่อมาจาก "Canadian National Railway" เป็นกิจการรถไฟที่เป็นเจ้าของโครงการก่อสร้างในระยะแรก แต่ในปัจจุบัน นิยมอ้างอิงว่า ซีเอ็น หมายถึง "หอคอยแห่งชาติแคนาดา" (Canada's National Tower) ตัวหอคอยมีภัตตาคารอยู่ที่ชั้นความสูง 1,136 ฟุต และจุดชมทิวทัศน์ที่ความสูง 1,465 ฟุต

     ปัจจุบัน ซีเอ็นทาวเวอร์เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดเป็นอันดับสามในโลก รองจากเบิร์จคาลิฟาและหอคอยกว่างโจว แต่ยังครองสถิติสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในซีกโลกตะวันตก

3.  เขื่อนอิไตปู ประเทศบราซิล-ปารากวัย

     เขื่อนอิไตปู (Itaipú) เป็นเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ซึ่งในอดีตจัดได้ว่าเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่เขื่อนสามหุบเขาของจีนจะแล้วเสร็จ เขื่อนอิไตปูสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1984 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1988

     คำว่าอิไตปู แปลว่า"เสียงเพลงจากก้อนหิน"มาจากภาษากวารานิ (Guarani) ชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม

     เขื่อนอิไตปูกั้นแม่น้ำปารานาบริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัย จึงทำให้เขื่อนนี้เป็นทั้งผนังกันน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศอีกด้วย เขื่อนอิไตปูเป็นเขื่อนคอนกรีตชนิดเขื่อนแบบกลวง มีขนาดความสูง 180 เมตร มีความยาวกว่า 8 กิโลเมตร ใช้คอนกรีตในการสร้างกว่า 28 ล้านตัน ซึ่งสามารถสร้างสนามฟุตบอลได้ 210 สนาม และใช้เหล็กมากขนาดสร้างหอไอเฟลได้ 380 หอเลยทีเดียว เมื่อสร้างเสร็จด้านเหนือเขื่อนจึงเกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีเนื้อที่กว่า 1,550 ตารางกิโลเมตร ระยะทางยาวลึกขึ้นไปทางเหนือเขื่อนอีกกว่า 160 กิโลเมตร มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 18 เครื่อง มีกำลังการผลิต 12,600 เมกะวัตต์ จึงสามารถจ่ายไฟให้กับประเทศปารากวัยได้ทั้งประเทศรวมทั้งเมืองใหญ่ของบราซิลทั้งกรุงเซาเปาโล และนครรีโอเดจาเนโร ได้อย่างสบาย แต่ภายหลังได้มีโครงการเพิ่มเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็น 20 เครื่อง ภายในปี 2550 และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 14,000 เมกะวัตต์

 

4.  ตึกเอ็มไพร์สเตต ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

     ตึกเอ็มไพร์สเตท (อังกฤษ: Empire State Building) เป็นหนึ่งในอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน ในรัฐนิวยอร์ก นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา บริเวณจุดตัดของถนน Fifth Avenue และ West 34 Street

     นับเป็นอาคารหลังแรกของโลกที่มีความสูงมากกว่า 100 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน วิลเลียม เฟรดเดอริค แลมบ์ ( William Frederick Lamb )

     ก่อสร้างโดย บริษัท สตาร์เร็ตต์ บราเธอร์ แอนด์ เอเกน จำกัด (Starrett Brothers & Eken, Inc.) เริ่มลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929)แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) ตัวอาคารสร้างขึ้นจากคอนกรีตเสริมเหล็กคุณภาพสูง มีความสูงทั้งสิ้น 102 ชั้น มีหน้าต่างทั้งสิ้น 6,500 บาน ตึกสูงจากพื้นดิน 381 เมตร (1,250 ฟุต) ตกแต่งด้วยศิลปะแบบ อาร์ตเดคโค (Art Deco)ที่นิยมในสมัยนั้น มีเนื้อที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 257,211 ตารางเมตร ทางบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรับประกันความทนทานนานถึง 5,000 ปี

    ชื่อตึกหลังนี้ได้มาจากชื่อเล่นของนครนิวยอร์ก คือ "เอ็มไพร์สเตท" ( และอีกชื่อของนิวยอร์ก คือ "บิ๊ก แอ๊ปเปิ้ล")

    หลังจากก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2474 (ค.ศ.1931) ตึกเอ็มไพร์สเตทได้รับตำแหน่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกนานกว่า 40 ปี ด้วยความสูง 381 เมตร แต่ได้มีการต่อเติมเสาอากาศเพิ่มขึ้นไปอีกเป็น 448.7 เมตร ในปี 1954 จนกระทั่งตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์สร้างเสร็จในปี 1972 (พ.ศ. 2515) ได้ทำลายสถิติลงด้วยความสูง 417 เมตร (ไม่นับความสูงของเสาอากาศ)

    และนับจากเหตุการณ์การก่อวินาศกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) ปัจจุบันตึกเอ็มไพร์สเตทได้กลับมาเป็นอาคารที่สูงที่สุดในนครนิวยอร์กอีกครั้ง โดยเป็นอาคารที่สูงเป็นอันดับที่ 20 ของโลก และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุด(รวมเสาอากาศ)อันดับที่ 16 ของโลก

ปัจจุบันสามารถเข้าเยี่ยมชมภายในอาคารได้

5.  เดลต้า เวิร์ค ประเทศเนเธอร์แลนด์

     เดลตาเวิกส์ (อังกฤษ: Delta Works) เป็นโครงการก่อสร้างชุดใหญ่ที่บริเวณปากแม่น้ำไรน์-เมิส-เชลดา ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อกั้นการท่วมของน้ำทะเล โครงการประกอบไปด้วยการสร้างเขื่อน ประตูปิดเปิดน้ำ ที่กั้นเขื่อน การก่อสร้างเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 ถึงปี ค.ศ. 1997

     วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีของประเทศที่มีแผ่นดิน 60% ของประเทศอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลอย่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเคยประสบอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่าสองพันคน ในปีค.ศ.1953 มาแล้ว หลังจากนั้นทำให้ประชาชนและภาครัฐร่วมกันจัดตั้ง คณะกรรมการสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ เพื่อดำเนินการป้องกันภัยธรรมชาติอันอาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต และสานต่อแผนการเดิมที่ชื่อว่า “เดลตาแพลน” ผนวกกับแผนการเพิ่มเติม ที่มีมาตรการรองรับครอบคลุมยิ่งขึ้นกลายเป็น “Delta Works” ลองไปดูโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของคนทั้งประเทศ

 

     “Delta Works” ประกอบด้วยโครงการย่อยทั้งสิ้นถึง 16 โครงการ มีทั้งที่เป็นเขื่อน พนังกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ และกำแพงกันคลื่น โดยส่วนที่เป็นเขื่อนจะทำหน้าที่กั้นน้ำทะเลและแม่น้ำออกจากกัน ซึ่งนอกจะส่งผลดี เพราะตัวชายฝั่งรับน้ำถูกเลื่อนให้อยู่ไกลจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยแล้ว น้ำส่วนที่อยู่ด้านในเขื่อนยังเป็นน้ำสะอาด ซึ่งสามารถใช้ในการเกษตรได้

 

     ในขณะที่ส่วนที่เป็นประตูระบายน้ำ ไม่ได้ทำการปิดกั้นน้ำทะเลจากการไหลสู่แม่น้ำด้านในอย่างถาวร แต่จะปิดประตูเฉพาะเวลาที่มีคลื่นลมแรง ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะน้ำทะลักเข้าสู่บริเวณที่อยู่อาศัยได้เท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ ก็เนื่องจากว่าจะทำให้ชาวประมงที่ดำรงชีพด้วยการจับปลาทะเล สามารถทำอาชีพดั้งเดิมได้

 

     แม้ประเทศเนเธอร์แลนด์จะลงทุนมหาศาลกับโครงการป้องกันน้ำท่วมภายในประเทศ ก็นับว่าคุ้มค่ามากกว่าการที่เราจะมาชดเชยค่าเสียหายให้กับภาคประชาชนในทุกๆครั้งที่มีการเกิดอุทกภัย เพราะปัญหาของประเทศเนเธอร์แลนด์และกรุงเทพฯนั้นคล้ายกัน ที่มีพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล หากเราไม่มีมาตรการที่ยั่งยืนเพื่อเมืองหลวงของเรา แล้วนักทุนต่างชาติ หรือผู้ประกอบการภายในประเทศเองอาจจะย้ายฐานการลงทุนเลยก็เป็นไปได้

 

6. สะพานโกลเดนเกต ประเทศสหรัฐอเมริกา

     สะพานโกลเดนเกต (อังกฤษ: Golden Gate Bridge) ทอดยาวข้ามอ่าวตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาสร้างในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ เมื่อปี ค.ศ. 1933 เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1937 ตอนกลางสะพานยาว 1,280 เมตร กว้าง 27 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเล 67 เมตร มีทางรถยนต์ 6 ทาง รถบรรทุก 3 ทาง รถไฟ 2 ทาง ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

     สะพานโกลเดนเกตกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆ สะพานกลายเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย ปัจจุบันนี้เองผู้คนทั่วโลกเองก็ยังคงรู้จักสะพานโกลเดนเกตและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา และจากผลการสำรวจสถานที่ที่น่าประทับใจของสถาบันสถาปนิกอเมริกัน พบว่าอยู่ในอันดับที่ 5 ของสถานที่ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

7.  คลองปานามา ทวีปอเมริกาใต้

 

     คลองปานามา (อังกฤษ: Panama Canal) เป็นคลองเดินเรือสมุทรความยาว 77 กิโลเมตร สร้างขึ้นบริเวณคอคอดปานามาในประเทศปานามา เพื่อเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาที่ต้องไปอ้อมช่องแคบเดรกและแหลมฮอร์น ทางใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ คิดเป็นระยะทางกว่า 22,500 กิโลเมตร ซึ่งมีผลอย่างยิ่งต่อการเดินเรือระหว่างสองมหาสมุทร โดยถูกใช้เป็นเส้นทางเดินเรือหลักสำหรับการค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ตั้งแต่เปิดทำการ คลองปานามาประสบความสำเร็จและเป็นกุญแจสำคัญในการขนส่งสินค้าทั่วโลก จำนวนเรือที่ผ่านคลองปานามาเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ลำต่อปีในยุคแรกเริ่ม มาเป็น 14,702 ลำต่อปี ในปี ค.ศ. 2008 มีระวางขับน้ำรวมทั้งสิ้น 309.6 ล้านตัน (คิดเป็นประมาณ 40 ลำต่อวัน ประมาณร้อยละ 5 ของเรือบรรทุกสินค้าทั่วโลก)

     แนวความคิดในการขุดคลองปานามาจะมีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 แล้ว ก่อนที่จะเริ่มการก่อสร้างครั้งแรกในปี ค.ศ. 1880 ภายใต้บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสภายใต้การบริหารของนายแฟร์ดินองด์ เดอ เลสเซ็ปส์ แต่ก็ล้มเหลวไป มีคนงานกว่า 21,900 คนเสียชีวิต มักมีสาเหตุจากโรคระบาด (มาลาเรียหรือไข้เหลือง) และดินถล่ม จนกระทั่งสหรัฐอเมริกาเข้ามาดำเนินงานต่อ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 5,600 คน จนกระทั่งสามารถเปิดใช้งานได้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1914 นับเป็นหนึ่งในโครงการวิศวกรรมที่ใหญ่ที่สุดและยากลำบากที่สุดที่เคยมีมา

ขอบคุณข้อมูลจาก
      วิกิพีเดีย
       http://vorakan136.wordpress.com/author/vorakan136/
       http://atcloud.com/stories/102755

ดอกไม้ดินไทย


ดอกบัวดินไทย งานแฮนด์เมด ราคาเบาๆ

 

ตามรอยอารยธรรม

ไหว้พระเจ้าองค์แสน
ศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์
ที่วัดพระธาตุเชิงชุม

นมัสการพระธาตุเชิงชุม

บูชาพระบรมสารีกธาตุ
ชมความงามพระธาตุ
พนมยามค่ำคืน


นมัสการพระธาตุพนม

ชมพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น
ภูริทัตโตที่วัดศรีสุทธาวาส
จ.สกลนคร

พิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

 

ฮีตสิบสอง คองสิบสี่

สร้างสรรค์งานศิลป์

การจัดสวนถาด

สวนถาด เป็นการ
จำลองธรรมชาติ
ลงในถาดขนาดเล็ก
โดยอาศัยหลักการ
ออกแบบศิลปะ

พานบายศรี

พานบายศรี เป็น
ภูมิปัญญาคนไทย
ในการประดิษฐ์
ใบตองเพื่อใช้ใน
พิธีเรียกขวัญของ
คนในสมัยโบราณ
จนถึงปัจจุบัน

 ร้อยมาลัย

มาลัย หมายถึง
ดอกไม้ประดิษฐ์แบบ
ไทยที่เกิดจากฝีมือ
การประดิษฐ์ประดอย
ของผู้ร้อย ผสานกับ
ความงามของดอกไม้  
กลีบดอกไม้ ใบไม้ 

เพ้นท์กระถาง

กระถางดินเผาเล็ก ๆ 
ราคาถูก นำมาเพิ่ม
มูลค่าได้ง่าย ๆ ด้วย
ฝีมือเรา โดยใช้สี
อะครีลิก

 สวนแนวตั้ง

การจัดสวนแนวตั้ง
เป็นศิลปะการปลูก
พันธุ์ไม้ในพื้นที่จำกัด
ซึ่งกำลังได้รับความ
นิยมกันในสังคมเมือง

 ศิลปะการจัดนิทรรศการ

การจัดนิทรรศการ
เป็นการนำหลักศิลปะ
มาใช้ในการนำเสนอ
ข้อมูล ผลงาน สินค้า

 งานจิตรกรรมของครูมด

ครูมดกับงานวาดภาพ
จิตรกรรมไทยด้วยสี
อะครีลิก

สวนกระเช้า....สวนสวยด้วยมือเรา

การจัดสวนกระเช้า
เป็นการจัดสวนขนาด
เล็กลงในกระเช้า

เล่าเรื่องการประกวดสวนถาด

การแข่งขันจัดสวน
ถาดในเวทีท้องถิ่น
ลงแข่งครั้งแรก ได้
รับรางวัลชนะเลิศ
ระดับประเทศ

ภาพการแข่งขันจัดสวนถาดชื้น สพม.25

ภาพการแข่งขันจัดสวนแก้ว สพม.25

บันทึกการเดินทาง

ไหว้พระธาตุลำปางหลวง

นมัสการ
พระธาตุลำปางหลวง
เสริมศิริมงคลคนเกิดปีฉลู
นั่งรถม้าเมืองลำปาง
ชมเหมืองแม่เมาะ

ชมสวน-นมัสการหลวงพ่อโต

ชมสวน-นมัสการ
หลวงพ่อโต พรหมรังสี
วัดบึงกุ่ม อ.สีคิ้ว
จ.นครราชสีมา

อุ่นรัก..ริมโขง

เที่ยวถนนคนเดิน
ชมบ้านไม้เมือง
เชียงคาน แวะพัก
สัมผัสหมอกหนาว
ที่อุ่นรักริมโขงรีสอร์ท

 สามวันในกัมพูชา

สัมผัสดินแดน
อารยะธรรมโบราณ
ปราสาทนครวัด
ปราสาทบันทรายไส
ในนครธม กัมพูชา

 เยือนมาเก๊า-ฮ่องกง

การศึกษาดูงานต่าง
ประเทศ หนึ่งในหลักสูตร
ปริญญาโท สาขา
การบริหารการศึกษา

ชมสวนดอกไม้กลางเมืองขอนแก่น

สวนสาธารณะบึง
ทุ่งสร้าง สวยงาม
น่าทึ่ง อีกทางเลือก
หนึ่งในการพักผ่อน

มหัศจรรย์.....บุรีรัมย์

บุรีรัมย์ เมืองปราสาทหิน
ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย
รวยวัฒนธรรม 

แผนที่

มี 153 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

ปฏิทิน

October 2018
17
Wednesday
11:07

ผู้เยี่ยมชม

6012760
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ก่อน
เดือนนี้
เดือนก่อน
รวม
2433
3372
11895
5982805
46815
68424
6012760

Server Time: 2018-10-17 11:07:18